เพราะผมเป็นคนชอบแฮมมิงเวย์มากๆครับชอบใน ความเป็นลูกผู้ชายของเขา ผมไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรเวลาทำเหตุการณ์ต่าง ผมว่ามันเท่ห์ดีนะ และนั่นคือสาเหตุที่ผมซื้อหนังสือและ อ่านทันทีที่ซื้อมาครับ เพราะนังสือของเขาเป็นตำนานไปแล้ว มันอยู่ในระดับ คลาสสิคแล้ว ผมอ่านอยู่หลายรอบ เพราะตอนอ่านผมได้อะไรมากขึ้นทั้งแนวคิดวิธีการต่างๆ ผมว่าคนที่เขียนบันทึกขณะเขียนนิยาย ถ้าไม่นับ แฮมมิงเวย์ก็มี จอห์น สไตค์แบค อีกคนที่น่าอ่าน แต่ของจอห์น นั่นเครียดกว่า ขรึมกว่า
คนทุกคนมักมีจุดจบที่อาจจะเหมือนกันแต่ม ีรายละเอียดระหว่างการดำเนินชีวิตที่ไม่เหมือนกัน เพราะจุดนี้แหละที่จะชี้ว่าคนเรานั้นแตกต่างกันอย่างไร ท้ายที่สุด ผู้เขียนเล่มนี้ใช้ปืนลูกซองยิงตัวตายครับ อ่านเถอะครับ
นี่คุณผู้อ่านทุกท่านครับ ดูคนวิจารณ์ปีกหลังแบบนี้แล ้วจะไม่ให้ซื้อเก็บเหรอครับ “หนังสือที่ดีที่สุดตั้งแต่มีการเขียนขึ้นมา สมควรเหลือเกินที่จะขายได้มากกว่าไบเบิ้ล” ดูคำบรรยายด้านในครับ Transporting ถูกคัดเลือก ให้เข้ารอบสุดท้ายในการพิจารณาให้รางวัล Booker Prize พร้อมทำรายได้แบบถล่มทลายด้วยยอดขาย 5 ล้านเล่มก่อน จะนำไปทำเป็นภาพยนตร์ หรือหากย้อนไปในปี 1997 ความพยายามที่จะลงหลักฐานกับชีวิต ลุ่มๆดอนๆในอาชีพนักเขียนของ เออร์ริน เวลย ์ ก็จบลงตรงที่นวนิยายเรื่องหนึ่งซึ่งรวมเอา ประสบการณ์ผ่านบันทึกและเรื่องสั้นได้ตีพิมพ์ก่อนหน้า ผสานรวมกันเป็นนวนิยายเรื่องหนึ่งซึ่งหมายถึงเรื่องนี้นะครับ
ฉะนั้นหากคุณมีเวลาน้อยและ อยากอ่านอะไรอะไรที่เป็นแก่นเข้า ถึงหัวใจโดยฉับพลันก็น่าจะมาอ่านเล่มน ี้นะครับนวนิยายที่ว่าด้วยพฤติกรรมแปลก ประหลาดของก๊วนเขี้ยวแห่งย่านลีทธ์เมืองเอดินเบิร์ก อ้อ คำนำบอกใบ้อีกแล้วครับ ข้อแรกเรื่องนี้ประพันธ์ขึ้น เป็นภาษาสก๊อตวัฒนธรรม สก๊อตส่วนภาษาสก๊อตก็ม ีคนแปลเป็นภาษาอังกฤษต่อมาก็แปลเป็นภาษาไทย ต้องซื้อแล้วครับ หาอ่านซะนะครับ
ผมอ่านหนังสือมามากสำหรับหนังสือรางวัลแต่อ่านน้อยครั้งมากสำหรับหนังสือประเภทนี้ ผมจึงอยากรู้ว่ามันจะให้อารมณ์กับเราอย่างไร ปกหนังสือเล่มนี้สวยดีนะแถมมีเสน่ห์ดึงดูดใจและน่าอ่านเอามากๆ เนื้อเรื่องเป็นชายผู้ซึ่งป่วยเป็นอัมพฤกษ์เพราะเส้นเลือดในสมองแตก ความทรมานจากการป่วยไข้ เป็นความทรมานที่แสนสาหัสเอาเลยทีเดียว จริงๆ นะครับ ผมเคยเห็นพ่อผู้ซึ่งล้มป่วยมาเป็นอัมพฤกษ์ต้องกินยาตั้งแต่เช้า กลางวันเย้ฯและก่อนอน กินยาครั้งละประมาณ1กำมือ ยาหลายประเภทหลายชนิด กับข้าวก็เลือกกินไม่ได้มากนอกจาก แกงจืด แกงเลียงแกงส้ม น้ำปลาเติมไม่ได้ น้ำตาลก็เติมไม่ได้ ชาหรือกาแฟก็แตะไม่ได้เลย กินได้แต่น้ำเต้าหู้เท่านั้น ผมเห็นแล้วปลงชีวิตเลยครับ บ่อยครั้งผมต้องมานั่งคิดถามหาตอบเองว่า จริงๆแล้วชีวิตนี้เป็นผมหรือของใคร ท
ผมซื้อเล่มนี้มาเพราะคำนำบนหน้าปกและอีกสาเหตุนึงก็คือ ผู้เขียน เอฟ สก๊อต ฟิตซ์เจอรัลด์ เป็นเพื่อนกับเฮมิงเวย์ครับ และเฮมิงเวย์ก็พูดถึงบ่อยมากๆ ด้วย เลยอยากดูฝีมือของเขาสักหน่อย มาดูคำโปรยบนปกนะครับแล้วจะให้ไม่ซื้อได้ไง นวนิยายที่สร้างสรรค์ได้งดงามที่สุดของสหรัฐอเมริกา สลัดแก่นแท้ของยุคแจ็ส หยั่งลึกเข้าไปในใจอันว่างเปล่าของชาวอเมริกันที่เปี่ยมด้วยความฝัน โห... เป็นไงครับ สุดยอดเลยมั้ย ไม่รู้ว่าคุณจะรู้สึกเหมือนผมมั้ย สรุปว่า อ่านเถอะครับ ผลงานในเมืองไทยของนายคนนี้ผมไม่ค่อยได้ยินไม่ค่อยได้เห็น ผมจึงอ่านไม่จบเลย(สงสัยหัวใจผมจะยังไม่ว่างเปล่า (ฮา))